แคลิฟอร์เนียผ่านกฎหมายปรับโรโบแท็กซี่ กีดขวางเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเกิน 30 นาที

ผู้ว่าฯ แคลิฟอร์เนียลงนามกฎหมายใหม่ สั่งปรับผู้ให้บริการรถยนต์ไร้คนขับที่กีดขวางเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเกิน 30 นาที พร้อมคุมเข้มผู้ควบคุมระยะไกล
แคลิฟอร์เนียผ่านกฎหมายปรับโรโบแท็กซี่ กีดขวางเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเกิน 30 นาที
ภาพประกอบ: Kindel Media บน Pexels

แกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ลงนามบังคับใช้กฎหมาย Senate Bill 1246 กำหนดบทลงโทษปรับทางการเงินแก่ผู้ให้บริการยานยนต์ไร้คนขับ (AV) อย่าง Waymo, Tesla และ Zoox หากรถยนต์ไร้คนขับกีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลานานเกิน 30 นาที หลังเกิดเหตุการณ์รถโรโบแท็กซี่ขัดข้องจนกีดขวางการจราจรและพื้นที่เกิดเหตุบ่อยครั้งในพื้นที่แคลิฟอร์เนีย

กฎหมายฉบับใหม่ซึ่งเสนอโดย ส.ว. เดฟ คอร์ทีซี กำหนดให้บริษัทผู้พัฒนายานยนต์ไร้คนขับต้องส่งช่างเทคนิคลงพื้นที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่ด่านหน้าทันทีเมื่อเกิดเหตุ พร้อมทั้งแจ้งพิกัดและสถานะของยานพาหนะต่อหน่วยงานท้องถิ่นหากระบบเกิดการขัดข้องทั้งระบบ นอกจากนี้ ยังระบุเงื่อนไขให้ผู้ปฏิบัติการควบคุมรถจากระยะไกล (Remote Drivers) ที่เข้าควบคุมพวงมาลัยโดยตรง ต้องมีถิ่นพำนักอยู่ในสหรัฐฯ และถือใบขับขี่ของสหรัฐฯ เท่านั้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน

ข้อกำหนดดังกล่าวยังสร้างความชัดเจนระหว่างระบบช่วยเหลือระยะไกล (Remote Assistance) กับผู้ควบคุมรถจากระยะไกล โดยปัจจุบัน Tesla เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ระบุว่ามีผู้ควบคุมทางไกลคอยบังคับรถโดยตรง ขณะที่ Waymo มีศูนย์ควบคุมสั่งการในรัฐแอริโซนา มิชิแกน และฟิลิปปินส์ เพื่อส่งคำสั่งซอฟต์แวร์ช่วยตัดสินใจแก่ระบบขับขี่อัตโนมัติ ทั้งนี้ ทางโฆษกของ Waymo ระบุว่ายอมรับข้อแก้ไขในร่างกฎหมายดังกล่าวและพร้อมปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่

กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2028 โดยกรมยานยนต์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย (DMV) จะเป็นผู้กำหนดแนวปฏิบัติทางเทคนิคโดยละเอียด รวมถึงกรอบเวลาตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:techcrunch.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว