สหรัฐฯ พลาดท่าสูญเสียการควบคุมห่วงโซ่อุปทานแร่หายากให้จีนได้อย่างไร

บทวิเคราะห์จาก Ars Technica เผยสหรัฐฯ พึ่งพาจีนในการแปรรูปแร่หายากนานหลายทศวรรษ จนสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันและอำนาจต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์
สหรัฐฯ พลาดท่าสูญเสียการควบคุมห่วงโซ่อุปทานแร่หายากให้จีนได้อย่างไร
ภาพประกอบ: Tom Fisk บน Pexels

รายงานจาก Ars Technica ระบุว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงยุทโธปกรณ์ทางทหารของสหรัฐฯ เช่น เครื่องบินขับไล่ F-35 และเรือดำน้ำชั้น Virginia ต่างพึ่งพาแร่หายาก 17 ชนิด ซึ่งแม้ว่าเหมือง Mountain Pass ในแคลิฟอร์เนียจะเคยเป็นแหล่งผลิตสำคัญระดับโลกในอดีต แต่การปิดโรงงานแยกแร่ในปี 1998 ประกอบกับต้นทุนที่ต่ำกว่าและการควบคุมกระบวนการผลิตของจีน ส่งผลให้สหรัฐฯ หันมาพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและสูญเสียความสามารถในการแปรรูปไปโดยปริยาย

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และกระทรวงพาณิชย์ได้พยายามทุ่มงบประมาณกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เพื่อฟื้นฟูศักยภาพการผลิตภายในประเทศ รวมถึงการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท MP Materials และให้เงินสนับสนุนแก่ USA Rare Earth แต่กระบวนการฟื้นฟูห่วงโซ่อุปทานกลับดำเนินไปอย่างล่าช้า เนื่องจากขาดแคลนวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และมาตรการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีการแยกแร่ของปักกิ่งที่ประกาศใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023

ความขัดแย้งด้านห่วงโซ่อุปทานทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อกระทรวงพาณิชย์จีนประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากในปี 2025 และขึ้นบัญชีดำบริษัทอเมริกันหลายแห่ง รวมถึง MP Materials และ USA Rare Earth แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และจีนจะตกลงระงับมาตรการควบคุมบางส่วนชั่วคราวจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2026 เพื่อแลกกับการชะลอข้อจำกัดฝั่งวอชิงตัน แต่ข้อจำกัดด้านแร่หายากหนักและการควบคุมเทคโนโลยียังคงมีผลบังคับใช้

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:arstechnica.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว