สำนักงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอินเดีย (TRAI) ประกาศแก้ไขกฎระเบียบว่าด้วยการสื่อสารเชิงพาณิชย์ โดยกำหนดให้แอปพลิเคชันระบุตัวตนผู้โทรและจัดการสายเรียกเข้า เช่น Truecaller ต้องส่งต่อรายงานสายสแปมที่ผู้ใช้แจ้งเข้ามา ไปยังแพลตฟอร์มระบบบล็อกเชนที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมร่วมกันดูแล เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้บังคับใช้มาตรการจัดการกับสายรบกวนในระบบเครือข่าย อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Truecaller แถลงต่อ TechCrunch ว่าข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการส่งมอบข้อมูลกรรมสิทธิ์เชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงให้แก่ค่ายมือถือแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อการแข่งขันทางการค้า
อินเดียถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของ Truecaller ด้วยฐานผู้ใช้งานประจำทุกเดือนมากกว่า 350 ล้านบัญชี จากจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 500 ล้านบัญชี โดยรายงานสถิติของบริษัทระบุว่าในปี 2025 ผู้ใช้ในอินเดียเผชิญสายสแปมสูงถึง 4.2 หมื่นล้านครั้ง และระบบช่วยบล็อกสายสแปมไปเกือบ 1.2 หมื่นล้านครั้ง นอกจากนี้ กฎระเบียบฉบับแก้ไขยังคงข้อห้ามไม่ให้แอปพลิเคชันทำการบล็อก กรอง หรือติดป้ายกำกับสายโทรเข้าจากหมวดหมู่หมายเลขที่รัฐบาลกำหนดไว้สำหรับการส่งเสริมการขาย การบริการ และธุรกรรม แต่ยังคงเปิดให้ผู้ใช้แต่ละรายตั้งค่าบล็อกเองรายอุปกรณ์ได้
นอกจากการแชร์ฐานข้อมูลแล้ว TRAI ยังขยายขอบเขตการกำกับดูแลให้ครอบคลุมการโทรด้วยระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติหรือเสียงสังเคราะห์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI Voice Agents) โดยจัดให้อยู่ภายใต้กรอบการสื่อสารแบบแอปพลิเคชันถึงบุคคล (Application-to-Person หรือ A2P) องค์กรธุรกิจที่ใช้ระบบโทรออกอัตโนมัติจะต้องแจ้งลงทะเบียนหมายเลขล่วงหน้ากับผู้ให้บริการเครือข่าย มิฉะนั้นจะถูกจัดสถานะเป็นสายสแปมทันที พร้อมทั้งอนุญาตให้ค่ายมือถือเรียกเก็บค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (Termination Charge) เพิ่มขึ้นสูงสุด 5 ไปซา หรือประมาณ 0.052 เซนต์สหรัฐฯ ต่อนาทีสำหรับสายประเภท A2P ดังกล่าว
