Moonshot AI หนึ่งในห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำของประเทศจีน ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันแชตบอตยอดนิยม "Kimi" ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ต่อปีแตะระดับ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีนี้ ตามรายงานของสำนักข่าว Bloomberg ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นสองเท่าของอัตราการสร้างรายได้ (Revenue Run Rate) ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการเปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่น K3 ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
แม้ว่ายอดการใช้งานโมเดล K3 จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม OpenRouter ระบุว่า โมเดลตระกูล K3 ยังคงมีการประมวลผลและสร้างโทเคน (Token Generation) สูงถึง 3 แสนล้านโทเคนต่อวัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Moonshot AI เลือกใช้โมเดลแบบเปิดเผยค่าน้ำหนัก (Open-weight Model) ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคู่แข่งที่ใช้โมเดลแบบปิด (Closed-weight) อย่าง OpenAI และ Anthropic ซึ่งมีรายได้ต่อปีสูงกว่ามาก โดยรายงานล่าสุดระบุว่า OpenAI มีอัตราการสร้างรายได้ต่อปีสูงกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Anthropic สูงถึง 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกเหนือจากความท้าทายด้านโมเดลธุรกิจแล้ว Moonshot AI ยังเผชิญกับข้อพิพาททางกฎหมายและความโปร่งใส โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Anthropic ได้เผยแพร่รายงานภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ระบุว่า Moonshot AI ดำเนินกระบวนการกลั่นกรองโมเดล (Model Distillation) อย่างไม่ถูกต้อง ด้วยการส่งคำขอใช้งานจากแอปพลิเคชัน Kimi ไปยังโมเดล Claude Opus ของ Anthropic โดยตรงเกือบ 3 แสนครั้ง เพื่อนำคำตอบที่ได้กว่า 23 ล้านครั้งไปใช้ในการเทรนโมเดลของตนเอง ซึ่งประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงสำคัญในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก
