จาเรด ไอแซคแมน ผู้บริหาร NASA ระบุว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ จำเป็นต้องมีความเข้มงวดและคัดเลือกพาร์ทเนอร์ระหว่างประเทศอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันสำรวจดวงจันทร์ในศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านภาพลักษณ์ระดับชาติ ไปสู่การแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากรนอกโลก โดยเฉพาะบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ที่มีน้ำแข็งซึ่งสามารถแปรรูปเป็นน้ำ อากาศ และเชื้อเพลิงจรวดสำหรับการตั้งถิ่นฐานถาวร
ผู้บริหาร NASA ชี้ว่า การทำข้อตกลงในอดีตที่มุ่งเน้นเพียงการสร้างความพึงพอใจให้ทุกฝ่ายเพื่อแลกกับธงชาติและข่าวประชาสัมพันธ์นั้น กลายเป็นอุปสรรคต่อภารกิจมากกว่าการช่วยเร่งความเร็ว พร้อมระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มุ่งเน้นเฉพาะดีลที่คุ้มค่าและสร้างประโยชน์สูงสุดเท่านั้น โดยยกตัวอย่างข้อตกลงกับอิตาลีวงเงินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ในการพัฒนาโมดูลที่อยู่อาศัยบนพื้นผิวดวงจันทร์ และญี่ปุ่นในการพัฒนารถสำรวจแรงดันสูง ซึ่งแลกกับการส่งนักบินอวกาศของชาตินั้นๆ ขึ้นสู่ดวงจันทร์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้บทบาทขององค์การอวกาศยุโรปหรือ ESA และแคนาดาในโครงการฐานบนดวงจันทร์ยังคงต้องมีความชัดเจนในแง่ของการมีส่วนร่วมเชิงรูปธรรม โดย NASA ได้ยกเลิกโครงการสถานีอวกาศขนาดเล็ก Gateway ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อหันมาทุ่มเททรัพยากรให้กับการสร้างฐานถาวรบนพื้นผิวดวงจันทร์โดยตรง หลังจากพบปัญหาการกัดกร่อนในโมดูลหลัก และความจำเป็นในการแข่งขันกับแผนการส่งภารกิจสำรวจขั้วใต้ดวงจันทร์ของจีนและรัสเซีย
