ในงานประชุมผู้พัฒนาประจำปี Roblox Developer Conference (RDC) บริษัท Roblox ได้ประกาศเปิดตัวชุดเครื่องมือใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยให้การสร้างเกมง่ายขึ้น พร้อมทั้งขยายขอบเขตให้ผู้พัฒนาสามารถนำเกมออกไปเผยแพร่และเล่นนอกแพลตฟอร์มหลักได้ รวมถึงการเปิดตัวบริการทางการเงินใหม่อย่าง Roblox Wallet และ Roblox Card เพื่อสนับสนุนกลุ่มครีเอเตอร์ในการบริหารจัดการรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฮไลต์สำคัญคือการขยายการใช้งานฟีเจอร์ "Build" ซึ่งเป็นระบบสร้างเกมด้วย Generative AI จากการป้อนคำสั่งภาษาธรรมชาติ (Natural Language Prompts) โดยจะขยายการให้บริการไปยังประเทศเซอร์เบียและสิงคโปร์ พร้อมเพิ่มการรองรับบนเดสก์ท็อป คลังสินทรัพย์ดิจิทัล และระบบควบคุมแบบวนซ้ำ (Iterative Control) นอกจากนี้ Roblox ยังเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์สร้างฉากจากคำสั่งพิมพ์ (Prompt-based Scene Generation) ภายในปีนี้ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ Roblox Studio โดยตรง ควบคู่ไปกับการอัปเกรดตัวละคร NPC ให้สามารถช่วยทดสอบระบบเกม (Playtest) ได้โดยอัตโนมัติ
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของผู้เล่น Roblox ได้ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมให้ผู้พัฒนาสามารถส่งออกเกมไปเป็นแอปพลิเคชันแยกเฉพาะ (Standalone Apps) บนสมาร์ตโฟน พีซี และคอนโซล โดยมี Roblox ทำหน้าที่เป็นเอนจินเบื้องหลัง และจะเปิดให้ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมเกมผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้โดยตรงผ่านลิงก์ภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มโหมดออฟไลน์สำหรับเล่นในช่วงที่สัญญาณเครือข่ายอ่อน และปรับปรุงอัลกอริทึมแนะนำเกมให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เล่นแต่ละช่วงวัย
ในด้านการเงิน Roblox ได้ร่วมมือกับ Airwallex เปิดตัว Roblox Wallet เพื่อให้ครีเอเตอร์ในสหรัฐฯ ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถรับรายได้เป็นเงินจริงได้ทุกสิ้นวันทำการและโอนเข้าบัญชีธนาคารได้โดยตรง พร้อมเตรียมเปิดตัว Roblox Card ในปีหน้า โดยข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ตั้งแต่ปี 2013 ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มสามารถสร้างรายได้รวมกันแล้วกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาสร้างรายได้ไปถึง 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ David Baszucki ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเผยว่าในไตรมาสล่าสุด ผู้เล่นใช้เวลารวมกันบนแพลตฟอร์มกว่า 29,000 ล้านชั่วโมง จาก 180 ประเทศทั่วโลก
