สื่อเทคโนโลยี MacRumors รายงานผลการทดสอบใช้งานฟีเจอร์จำกัดการชาร์จแบตเตอรี่ที่ 80% (80% Charge Limit) บน iPhone ติดต่อกันนาน 3 ปี นับตั้งแต่ Apple เริ่มนำมาใช้งานใน iPhone 15 Pro Max โดยผลการทดสอบล่าสุดกับ iPhone 17 Pro Max หลังผ่านไป 12 เดือน และมีรอบการชาร์จ (Cycle Count) อยู่ที่ 277 รอบ พบว่าสุขภาพแบตเตอรี่สูงสุด (Maximum Capacity) คงเหลืออยู่ที่ 97% ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับ iPhone 16 Pro Max และ iPhone 15 Pro Max ที่เคยทำได้ 94% ในช่วงเวลา 1 ปีเท่ากัน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ iPhone 17 Pro Max รักษาสุขภาพแบตเตอรี่ได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า คาดว่ามาจากสถาปัตยกรรมตัวเครื่องอลูมิเนียมและระบบระบายความร้อนแบบห้องไอน้ำ (Vapor Chamber) ซึ่งช่วยลดความร้อนสะสมระหว่างการใช้งาน รวมถึงการปรับพฤติกรรมลดการชาร์จไร้สายผ่าน MagSafe หรือ Qi2 แล้วหันมาใช้สาย USB-C เป็นหลัก ขณะที่ข้อมูลระยะยาวของรุ่นเก่าซึ่งเปิดฟีเจอร์จำกัดชาร์จ 80% ทิ้งไว้พบว่า iPhone 16 Pro Max ผ่านไป 24 เดือน เหลือสุขภาพแบตเตอรี่ 93% (343 รอบ) และ iPhone 15 Pro Max ผ่านไป 36 เดือน เหลือสุขภาพแบตเตอรี่ 88% (369 รอบ)
รายงานสรุปว่า การยอมสละความจุแบตเตอรี่ไป 20% ในชีวิตประจำวันเพื่อแลกกับสุขภาพแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยอาจไม่คุ้มค่านักสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ เนื่องจากผู้ใช้ iPhone ที่ชาร์จเต็ม 100% ตามปกติร่วมกับการเปิดฟีเจอร์การชาร์จเพื่อถนอมแบตเตอรี่ (Optimized Battery Charging) มักมีระดับสุขภาพแบตเตอรี่ใกล้เคียงกันหลังผ่านไป 1 ปี ทั้งนี้ การเปิดใช้ระบบชาร์จถนอมแบตเตอรี่แบบปกติ แล้วค่อยปรับเป็นจำกัด 80% เฉพาะวันที่ไม่ได้เดินทางไกล จึงเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกว่า
