เกิดดราม่าระอุกลางคอร์ทเทนนิสศึก US Open ระหว่างแมตช์หยุดโลกระหว่าง Naomi Osaka และ Anastasia Zakharova เมื่อเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์สายโซเชียลจัดเต็มความเล่นใหญ่ พกทั้งไฟวงแหวนแถมรัวแฟลชใส่สนามจนรบกวนสมาธิทั้งนักกีฬาและผู้ชมรอบข้าง จนผู้ตัดสินต้องสั่งเบรกเกมและประกาศขอความร่วมมือให้ลดเสียงและความวุ่นวายอยู่หลายครั้ง
แม้ว่าในปีนี้ ทาง USTA (สมาคมเทนนิสสหรัฐอเมริกา) จะเพิ่มโควตาเอาใจสายคอนเทนต์ด้วยการอัปจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ร่วมอีเวนต์พุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว หรือเกือบ 100 ชีวิต (จากเดิม 54 คนในปีที่แล้ว) แต่ Brendan McIntyre โฆษกของ USTA ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า กลุ่มตัวจี๊ดที่ก่อกวาดความปั่นป่วนเหล่านี้ไม่ได้ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการจากสมาคมแต่อย่างใด ตัวอย่างเช่น เคสของ Meg Radice และ Audrey Jongens สองไลฟ์สไตล์อินฟลูเอนเซอร์ที่โดนริบบัตรเข้าชมแบบด่วนจี๋ หลังอวดภาพพาสสลง Instagram ซึ่งสืบทราบภายหลังว่าลักไส้แอบเนียนลงทะเบียนเข้ามาผ่านโควตาพนักงานของบูธขายอาหารในสนาม
เหตุการณ์นี้นอกจากจะตอกย้ำความทุ่มเทแบบเกินร้อยของเหล่าครีเอเตอร์ในการไล่ล่าคอนเทนต์แล้ว ยังสะท้อนมุมชวนปวดหัวเรื่องกาลเทศะและความน่ารำคาญที่สร้างผลกระทบต่อคนรอบข้าง พร้อมส่งสัญญาณเตือนภัยถึงแบรนด์และองค์กรต่างๆ ว่า การดึงอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมแจมในอีเวนต์ระดับโลกนั้น มาพร้อมกับความเสี่ยงและช่องโหว่ที่ต้องวางมาตรการรับมือให้รัดกุมยิ่งกว่าเดิม
