นักวิจัยไขปริศนาหมอกดาวศุกร์ พบเกิดจากฝุ่นอุกกาบาตทำปฏิกิริยากรดกำมะถัน

นักวิจัยมหาวิทยาลัยโทโฮคุเผยปริศนาหมอกชั้นล่างของดาวศุกร์ เกิดจากการรวมตัวของฝุ่นอุกกาบาตและกรดกำมะถัน ลบล้างสมมติฐานเดิมเรื่องเถ้าภูเขาไฟ
นักวิจัยไขปริศนาหมอกดาวศุกร์ พบเกิดจากฝุ่นอุกกาบาตทำปฏิกิริยากรดกำมะถัน
ภาพประกอบ: Zelch Csaba บน Pexels

ฮิโรกิ คาริว (Hiroki Karyu) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ พร้อมคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทโฮคุ (Tohoku University) ในเมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Nature Astronomy ระบุว่า ปริศนาชั้นหมอกตอนล่าง (Lower haze) สีเหลืองในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์ที่ค้นพบโดยยานเวเนรา (Venera) และไพโอเนียร์ วีนัส (Pioneer Venus) มาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 แท้จริงแล้วเกิดจากการสะสมตัวของฝุ่นละอองจากอุกกาบาตในอวกาศที่เผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ ไม่ใช่เถ้าถ่านจากภูเขาไฟหรือฝุ่นจากพื้นผิวดาวตามข้อสันนิษฐานเดิม

คณะวิจัยใช้แบบจำลองทางจุลฟิสิกส์ (Microphysical model) จำลองกระบวนการเกิดเมฆและหมอก พบว่าสะเก็ดดาวที่พุ่งเข้าสู่แรงโน้มถ่วงของดาวศุกร์จะเผาไหม้จากแรงเสียดทานและทิ้งอนุภาคฝุ่นคอสมิกไว้ อนุภาคเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแกนควบแน่น (Condensation nuclei) ให้หยดกรดกำมะถัน (Sulfuric acid) เข้ามาเกาะกลุ่มจนมีน้ำหนักมากขึ้นและจมลงสู่ชั้นบรรยากาศด้านล่าง เมื่อเข้าสู่โซนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส กรดกำมะถันจะระเหยออกไป เหลือเพียงกลุ่มอนุภาคฝุ่นเปลือยที่แขวนลอยกลายเป็นชั้นหมอกหนาทึบ

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังช่วยไขปริศนาสารดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์ที่ตรวจพบมานานหลายทศวรรษ โดยข้อมูลวิเคราะห์ชี้ชัดว่าสารประกอบไอรอนซัลเฟต (Iron sulfate) ซึ่งเกิดจากธาตุเหล็กในอุกกาบาต มีคุณสมบัติตรงกับลักษณะการดูดกลืนแสงของหมอกดังกล่าว ทั้งนี้ นักวิจัยระบุว่ากลไกจุลฟิสิกส์ระหว่างฝุ่นอวกาศกับชั้นบรรยากาศนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจโครงสร้างเมฆและสภาพภูมิอากาศของดาวเคราะห์ก๊าซอย่างดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวเนปจูน ตลอดจนดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:arstechnica.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว