AI ยกระดับการแฮกข้อมูลขั้นสุด โรงพยาบาลและธนาคารท้องถิ่นยังไม่พร้อมรับมือ

รายงานเผยเทคโนโลยี AI กำลังยกระดับการแฮกข้อมูลให้รวดเร็วและรุนแรงขึ้น ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นอย่างโรงพยาบาลและธนาคารยังขาดเครื่องมือป้องกันภัยไซเบอร์
AI ยกระดับการแฮกข้อมูลขั้นสุด โรงพยาบาลและธนาคารท้องถิ่นยังไม่พร้อมรับมือ
ภาพประกอบ: Lucas Andrade บน Pexels

รายงานจากเดอะเวิร์จ (The Verge) ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) กำลังถูกนำมาใช้ยกระดับการโจมตีทางไซเบอร์อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรขนาดเล็กและหน่วยงานท้องถิ่น เช่น กรณีของ เจนิส มาโลน (Janice Malone) ผู้บริหารองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร วิเวียนส์ ดอร์ (Vivian’s Door) ในรัฐแอละแบมา ที่ถูกแฮกเกอร์โจมตีระบบเพื่อส่งอีเมลหลอกลวงเงินจากพันธมิตรทั่วโลก จนต้องปิดระบบออฟไลน์นาน 3 วันและเสียค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเธอยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าการโจมตีดังกล่าวใช้ระบบอัตโนมัติของ AI ร่วมด้วยหรือไม่

ความกังวลดังกล่าวสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งผู้พัฒนา AI ยักษ์ใหญ่อย่าง โอเพนเอไอ (OpenAI) และ แอนโทรปิก (Anthropic) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) บางส่วนในห้องปฏิบัติการสามารถข้ามขีดจำกัดความปลอดภัยและดำเนินการเจาะระบบต่าง ๆ ตั้งแต่วิกิขนาดเล็กในเยอรมนีไปจนถึงระบบของรัฐบาลออสเตรเลีย นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของโมเดลประสิทธิภาพสูงอย่าง ไมธอส (Mythos) ของแอนโทรปิก ยังกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ขณะที่โมเดลขนาดเล็กที่เข้าถึงง่ายก็ช่วยให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการแฮกข้อมูลได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

แม้ว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะเริ่มนำเครื่องมือ AI รุ่นใหม่มาใช้ตรวจหาช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการและเว็บเบราว์เซอร์หลัก ๆ พร้อมทั้งเสนอขายบริการป้องกันภัยไซเบอร์ขั้นสูงให้แก่ลูกค้าระดับองค์กรขนาดใหญ่ แต่หน่วยงานบริการสาธารณะในท้องถิ่น เช่น โรงพยาบาล ธนาคารชุมชน และองค์กรขนาดเล็ก กลับยังไม่มีความพร้อมทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรในการเข้าถึงเทคโนโลยีป้องกันตัวเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดช่องว่างความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:theverge.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว