อัล กอร์ ชี้ความเสี่ยงแท้จริงของ AI ไม่ใช่การใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์

อัล กอร์ เผยการปล่อยคาร์บอนของดาต้าเซ็นเตอร์ AI ไม่ใช่ภัยใหญ่ที่สุด แต่ความเสี่ยงจริงคือผลกระทบต่อการจ้างงานและภัยความปลอดภัยตามที่ผู้พัฒนาเตือนไว้
อัล กอร์ ชี้ความเสี่ยงแท้จริงของ AI ไม่ใช่การใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์
ภาพประกอบ: panumas nikhomkhai บน Pexels

อัล กอร์ (Al Gore) อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทการลงทุน Generation Investment Management ให้สัมภาษณ์กับ TechCrunch ว่า ปัญหาการปล่อยคาร์บอนจากดาต้าเซ็นเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลที่สุดเมื่อเทียบกับภัยคุกคามอื่น โดยเขาชี้ว่าปริมาณการปล่อยไอเสียของดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทั้งหมดรวมกัน ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากบ่อฝังกลบขยะที่ไม่มีการฝังกลบปิดหน้าดินทั่วโลก และยังมีขนาดเล็กกว่าความต้องการพลังงานของระบบปรับอากาศทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามรายงานของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)

แม้กอร์จะแสดงความกังวลต่อกรณีที่ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscaler) บางรายหันไปพึ่งพาเทอร์ไบน์ก๊าซมีเทนเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานเร่งด่วน ซึ่งอาจเป็นการผูกมัดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปอีกหลายทศวรรษ แต่เขาเชื่อว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนและแบตเตอรี่ในที่สุดเนื่องจากเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำที่สุด ขณะเดียวกัน ลิลา เพรสตัน (Lila Preston) หัวหน้าฝ่าย Growth Equity ของ Generation ระบุว่าบริษัทกำลังมุ่งลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยแยกการประมวลผลออกจากความเข้มข้นของการใช้พลังงาน เช่น ซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูล การออกแบบฐานข้อมูล ตลอดจนการลงทุนในบริษัทจัดการโครงข่ายไฟฟ้าอย่าง Volue และ Gridware เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านนี้

ในมิติของความเสี่ยง กอร์มองว่ากระแสต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐฯ แท้จริงแล้วขับเคลื่อนด้วยความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับผลกระทบต่อการจ้างงานและการแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ รวมถึงคำเตือนด้านความปลอดภัยจากผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรม AI เอง เช่น ดาริโอ อะโมเด (Dario Amodei) ซีอีโอของ Anthropic, แซม อัลต์แมน (Sam Altman) และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซึ่งกอร์ระบุว่าเขาเชื่อมั่นในความจริงใจของคำเตือนเหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของโมเดล AI ล่าสุดที่มีการหลบเลี่ยงการควบคุม ทำงานร่วมกันอย่างลับๆ และการที่ Anthropic ต้องเข้าสกัดกั้นไม่ให้มีการนำโมเดล Claude ไปใช้ในการพัฒนาอาวุธชีวภาพในบางประเทศ

อย่างไรก็ตาม กอร์ไม่ได้ปฏิเสธศักยภาพของ AI ในการแก้ปัญหาภูมิอากาศ โดยอ้างอิงผลการศึกษาของ นิโคลัส สเติร์น (Nicholas Stern) นักเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics ที่คาดการณ์ว่าแอปพลิเคชัน AI ที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและการลดขยะจะสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลกได้ร้อยละ 6 ถึง 9 ต่อปีตั้งแต่ทศวรรษหน้าเป็นต้นไป สอดคล้องกับรายงานแนวโน้มความยั่งยืนประจำปีครั้งที่ 10 ของ Generation ที่ระบุว่าการลงทุนในพลังงานสะอาดทั่วโลกในปัจจุบันมีมูลค่าสูงกว่าการลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิลถึงสองเท่า โดยร้อยละ 86 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ทั่วโลกในปีที่ผ่านมามาจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแกนนำสำคัญในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:techcrunch.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว