รายงานจาก Financial Times ผ่าน Ars Technica ระบุว่า Anthropic ผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ตระกูล Claude กำลังเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนซื้อขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ด้วยมูลค่าประเมินที่อาจพุ่งสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 70 ล้านล้านบาท) โดยการขยับเข้าสู่ตลาดทุนครั้งประวัติศาสตร์นี้ส่งผลให้โครงสร้างธรรมาภิบาล Long-Term Benefit Trust (LTBT) ซึ่งเป็นกลุ่มทรัสตีอิสระภายนอก กลายเป็นจุดโฟกัสสำคัญในการตรวจสอบของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน
ในแง่ของโครงสร้างการบริหาร LTBT ได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นกลไกควบคุมภารกิจเพื่อผลประโยชน์ระยะยาวของมนุษยชาติ โดยคณะบุคคลดังกล่าวไม่มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท แต่มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการบริหาร ปัจจุบันทรัสตีมีสมาชิก 3 คน นำโดย นีล บัดดี ชาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Clinton Health Access Initiative ร่วมกับ เบน เบอร์แนนคี อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และ ริชาร์ด ฟอนเทน ซีอีโอแห่ง Center for a New American Security ซึ่งแต่งตั้งกรรมการไปแล้ว 4 จาก 7 ตำแหน่ง รวมถึง รีด เฮสติงส์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix และ วาส นาราสิมฮัน ซีอีโอของ Novartis
เจสซี ฟรีด ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลองค์กรจาก Harvard Law School วิเคราะห์ว่า โครงสร้างนี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งเชิงระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากบริษัทระดมทุนจากนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทน แต่กลับให้อำนาจบุคคลภายนอกตัดสินใจยอมสละผลกำไรเพื่อภารกิจความปลอดภัย แม้ Anthropic จะมีกลไกป้องกันความเสี่ยงที่เปิดทางให้ผู้ถือหุ้นใช้เสียง 85% ถอดถอนทรัสตีได้ ซึ่งต่างจากวิกฤตของ OpenAI เมื่อปลายปี 2023 แต่นักลงทุนในตลาดหุ้นย่อมสร้างแรงกดดันต่อการสร้างกำไรสูงกว่านักลงทุนเอกชนเดิม
ด้าน เอลิซาเบธ พอลแมน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจาก University of Pennsylvania ชี้ว่า โครงสร้างดังกล่าวยังไม่เคยผ่านการทดสอบจริงภายใต้แรงกดดันของการแข่งขันด้าน AI ในระดับภูมิรัฐศาสตร์และภาระต้นทุนประมวลผลมหาศาล โดยความท้าทายสำคัญหลังการเสนอขายหุ้น IPO คือการที่นักลงทุนสาธารณะต้องประเมินมูลค่าหุ้นโดยยอมรับข้อจำกัดที่คณะกรรมการบริหารอาจต้องลดทอนผลประโยชน์ทางการเงิน เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยตามพันธกิจองค์กร
