ผู้ใช้ฟ้องกลุ่ม Anthropic ปมโฆษณา Claude Max เกินจริง ซ่อนเงื่อนไขจำกัดโควตาใช้งาน

Anthropic เผชิญคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มจากผู้ใช้ Claude Max หลังพบว่าโควตาใช้งาน 5 เท่า และ 20 เท่า ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขรายสัปดาห์ที่ซ่อนอยู่ในลิงก์ย่อย
ผู้ใช้ฟ้องกลุ่ม Anthropic ปมโฆษณา Claude Max เกินจริง ซ่อนเงื่อนไขจำกัดโควตาใช้งาน
ภาพประกอบ: alleksana บน Pexels

Anthropic ผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Claude เผชิญกับการฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class-Action Lawsuit) ในชั้นศาล โดยกลุ่มผู้ใช้งานระดับสูง (Power Users) ยื่นฟ้องในข้อหาโฆษณาเกินจริงและบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับขีดจำกัดการใช้งานของแพ็กเกจระดับท็อปอย่าง "Claude Max" ซึ่งมีค่าบริการรายเดือนสูงถึง 100-200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,400 - 6,800 บาท) โดยคดีนี้ได้รับการดูแลโดย Monica Vaca และ Kati Daffan อดีตทนายความผู้เชี่ยวชาญที่เคยทำงานในคณะกรรมาธิการการค้าแห่งรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (FTC) ภายใต้การนำของ Lina Khan

คำฟ้องระบุว่า แผนผังการตลาดของ Anthropic โฆษณาว่าแพ็กเกจ Max ราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐ จะได้รับโควตาใช้งานเพิ่มขึ้น 5 เท่า และราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐ จะได้เพิ่มขึ้น 20 เท่า เมื่อเทียบกับแพ็กเกจ Pro ราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 680 บาท) ทว่าในความเป็นจริง โควตาดังกล่าวถูกจำกัดสิทธิ์การใช้งานเป็นรอบเวลาทุก ๆ 5 ชั่วโมง และมีเพดานจำกัดรายสัปดาห์ที่เข้มงวด ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ถูกซ่อนไว้ในข้อความขนาดเล็กที่ผู้ใช้ต้องคลิกผ่านลิงก์ย่อยถึงสองชั้นเพื่อเข้าไปอ่านคำจำกัดความของคำว่า "เซสชัน" (Session)

คดีความนี้สะท้อนถึงแรงกดดันด้านการสร้างรายได้ของบริษัทผู้พัฒนาเอไอ ที่ต้องแบกรับต้นทุนการประมวลผลและการอนุมานโมเดลที่สูงลิ่ว โดย Anthropic เริ่มเปิดตัวแพ็กเกจ Max ในเดือนเมษายน 2025 แต่เพิ่งเริ่มบังคับใช้มาตรการจำกัดโควตารายสัปดาห์ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เพื่อควบคุมต้นทุนท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดกับคู่แข่งอย่าง OpenAI ขณะที่ผู้บริโภคจำนวนมากยอมจ่ายเงินแพงเพราะเกรงว่าจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน แต่กลับพบว่าไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง

ด้าน Anthropic ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลยกฟ้องโดยอ้างว่า บริษัทไม่ได้ปกปิดข้อมูลการจำกัดโควตา เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ง่ายเพียงแค่คลิกตามลิงก์ที่จัดเตรียมไว้ให้ในขั้นตอนการชำระเงิน ซึ่งเปรียบเสมือนการพลิกดูฉลากหลังกล่องสินค้า อย่างไรก็ตาม ฝ่ายโจทก์แย้งว่าระบบการทำงานของโมเดลเอไอเปรียบเสมือนกล่องดำที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถตรวจสอบได้ และการผลักภาระให้ผู้บริโภคต้องคอยระวังตัวเอง (Buyer Beware) ถือเป็นแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

ที่มา:theverge.com
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว