Meta ประกาศเปิดตัว "Muse" เอไอเอเจนต์ (AI Agent) ส่วนบุคคลอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการแข่งขันในศึกปัญญาประดิษฐ์ หลังจากปรับกลยุทธ์ด้าน AI และทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อไล่ตามคู่แข่งรายสำคัญอย่าง OpenAI, Anthropic และ Google โดยมุ่งเน้นการประมวลผลคำสั่งที่ซับซ้อนและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
การทำงานของ Muse ถูกออกแบบให้เป็นผู้ช่วยอัตโนมัติที่สามารถดำเนินการแทนผู้ใช้ได้โดยตรง เช่น การค้นหาและเปรียบเทียบสินค้าออนไลน์ การส่งอีเมล และการวางแผนท่องเที่ยว โดยระบบสามารถเปิดเบราว์เซอร์ กรอกแบบฟอร์ม และเจรจาราคาได้ด้วยตนเอง รวมถึงทำงานเบื้องหลังเมื่อปิดแอปพลิเคชัน และจะแจ้งเตือนเมื่อต้องการการอนุมัติ เช่น การกดยืนยันชำระเงิน
ในเบื้องต้น Meta เริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาใช้งาน Muse ฟรีผ่านระบบปฏิบัติการ iOS, Android และเว็บไซต์ muse.ai พร้อมเตรียมรองรับแว่นตาอัจฉริยะในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโมเดลสมัครสมาชิกแบบชำระเงินสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง แม้จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดราคาและข้อจำกัดของเวอร์ชันฟรีก็ตาม
การเปิดตัว Muse สะท้อนถึงทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เริ่มปรับเปลี่ยนจากการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) แบบโต้ตอบข้อความ ไปสู่ระบบเอไอเอเจนต์ที่ลงมือปฏิบัติงานแทนมนุษย์ได้จริง ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญของ Meta ในการพิสูจน์ความคุ้มค่าของการลงทุน และการสร้างความไว้ใจด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
