รีวิว iPhone 18 Pro ชูกล้องรูรับแสงปรับได้ f/1.48-f/4 และชิป A20 Pro

รีวิว iPhone 18 Pro และ Pro Max จาก Wired ชูจุดเด่นกล้องรูรับแสงปรับได้ f/1.48-f/4 ชิป A20 Pro และระบบระบายความร้อนใหญ่ขึ้น 3 เท่า เริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์
รีวิว iPhone 18 Pro ชูกล้องรูรับแสงปรับได้ f/1.48-f/4 และชิป A20 Pro
ภาพประกอบ: thiago japyassu บน Pexels

จูเลียน ช็อกกัตตู (Julian Chokkattu) บรรณาธิการอาวุโสของ Wired เผยแพร่บทรีวิว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของ Apple ที่เปิดตัวด้วยราคาปรับขึ้น 100 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้รุ่น Pro มีราคาเริ่มต้นที่ 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ และรุ่น Pro Max เริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ โดยในปีนี้ไม่มีการเปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน (คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027) ทำให้รุ่น Pro กลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดอุปกรณ์ในรอบนี้ ท่ามกลางกระแสความสนใจของสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกอย่าง iPhone Duo

ไฮไลต์สำคัญทางวิศวกรรมของ iPhone 18 Pro คือการติดตั้งระบบรูรับแสงแบบปรับได้ (Variable Aperture) ในกล้องหลัก ซึ่งใช้ใบเบลดเชิงกลในการขยายหรือหดตัวเพื่อควบคุมปริมาณแสงที่เข้าสู่เซ็นเซอร์ โดยผู้ใช้สามารถเลือกค่ารูรับแสงได้ 4 ระดับ ได้แก่ f/1.48, f/1.78, f/2.8 และ f/4 ซึ่งการปรับไปที่ f/1.48 ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นและสร้างเอฟเฟกต์โบเก้ (Bokeh) แท้จริงจากเลนส์โดยไม่ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ยังเพิ่มฟังก์ชันปรับความเร็วชัตเตอร์แบบแมนนวล และการควบคุมเกรนภาพใน Photographic Styles ขณะที่การเปรียบเทียบกับ Google Pixel 11 Pro พบว่า iPhone ยังมีแนวโน้มที่จะปรับภาพในที่มืดให้สว่างเกินจริงและจัดการภาพย้อนแสงได้ยากกว่าในบางสถานการณ์

ด้านประสิทธิภาพภายใน ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล A20 Pro ที่ทำคะแนนเบนช์มาร์กได้สูงกว่ารุ่น A19 Pro อย่างชัดเจน สามารถรันเกมระดับ AAA อย่าง Control ได้ แต่อาจมีอาการภาพแตกจากการอัปสเกลกราฟิก ทั้งนี้ Apple ได้ปรับปรุงระบบระบายความร้อนด้วยการขยายพื้นที่ของแผ่นระบายความร้อนแบบห้องไอพ่น (Vapor Chamber) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 3 เท่า ช่วยกระจายความร้อนได้ดีขึ้นและลดปัญหาการลดประสิทธิภาพการทำงานเมื่อเครื่องร้อน (Thermal Throttling) ส่วนแบตเตอรี่ในรุ่น Pro Max มีความหนาแน่นสูงขึ้น สามารถใช้งานทั่วไปได้นานถึง 2 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขณะที่รุ่น Pro ปกติเหลือแบตเตอรี่ราว 40% เมื่อสิ้นสุดวัน

ตัวเครื่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 27 และระบบ Siri AI ที่มีความสามารถในการตอบคำถามได้แม่นยำขึ้น (รองรับตั้งแต่ iPhone 15 Pro ขึ้นไป) ด้านการออกแบบมีการปรับขนาดของ Dynamic Island ให้เล็กลง ทำให้สามารถแสดงผลกิจกรรมสด (Live Activities) พร้อมกันได้สูงสุด 3 กิจกรรม เพิ่มขึ้นจากเดิมที่แสดงได้เพียง 2 กิจกรรม พร้อมตัวเลือกสีใหม่อย่างสีแดงเบอร์กันดี (Burgundy)

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:wired.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว