รีวิวหุ่นยนต์สี่ขา Unitree Go2 Pro สเปกเด่นราคา 4,000 ดอลลาร์ เขย่าตลาดหุ่นยนต์โลก

ผู้ทดสอบเผยประสบการณ์ใช้งานหุ่นยนต์สี่ขา Unitree Go2 Pro จากจีนในราคา 4,017 ดอลลาร์ ชี้จุดเด่นมอเตอร์และต้นทุนต่ำที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมโรบอตทั่วโลก
รีวิวหุ่นยนต์สี่ขา Unitree Go2 Pro สเปกเด่นราคา 4,000 ดอลลาร์ เขย่าตลาดหุ่นยนต์โลก
ภาพประกอบ: Vladimir Srajber บน Pexels

ทิโมธี บี. ลี ผู้สื่อข่าวด้านเทคโนโลยีของ Ars Technica รายงานผลการทดสอบใช้งานจริงของหุ่นยนต์สี่ขา Unitree Go2 Pro จากประเทศจีน ซึ่งสั่งซื้อมาในราคารวมภาษีและค่าจัดส่ง 4,017 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ จากเดิมที่หุ่นยนต์สี่ขาระดับอุตสาหกรรมอย่าง Spot ของ Boston Dynamics มีราคาเริ่มต้นสูงถึงประมาณ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โมเดลเริ่มต้นของ Unitree อย่าง Go2 Air วางจำหน่ายที่ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐ และรุ่น Go2 Pro อยู่ที่ 2,800 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้นักวิจัยและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการเคลื่อนที่แบบสี่ขาได้ในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

จากการวิเคราะห์โครงสร้างวิศวกรรมโดยบริษัท Simplexity พบว่าเบื้องหลังการลดต้นทุนของ Unitree เกิดจากการออกแบบเชิงโมดูลาร์ โดยขาทั้งสี่ข้างใช้มอเตอร์สเปกเดียวกันทั้งหมดรวม 12 ตัว (ข้างละ 3 ตัว) ซึ่งช่วยลดจำนวนชิ้นส่วนและซ่อมบำรุงเปลี่ยนขาได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที นอกจากนี้ Unitree ยังใช้มอเตอร์กำลังขับสูงควบคู่กับชุดเกียร์ทดรอบ (Reducer) อัตราทดต่ำเพียง 6.33 ต่อ 1 แตกต่างจาก Spot ที่ใช้อัตราทดสูงถึง 51 ต่อ 1 แม้ความแม่นยำทางกลไกจะลดลง แต่ชดเชยด้วยซอฟต์แวร์ควบคุมการทรงตัวที่ปรับค่าแบบไดนามิก ส่งผลให้ข้อต่อมีความยืดหยุ่นสูงขึ้นและมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การทดสอบภาคสนามยังพบข้อจำกัดสำคัญด้านเสถียรภาพ ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันยังคงมีข้อผิดพลาด ฟังก์ชันเดินตามและการเดินขึ้นบันไดทำงานได้ไม่สมบูรณ์ และตัวหุ่นยนต์ล้มลงทันทีเมื่ออุณหภูมิภายในพุ่งสูงถึง 84 องศาเซลเซียสพร้อมแบตเตอรี่ลดเหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ขณะเดินขึ้นเนินในสภาพอากาศ 30 องศาเซลเซียส โดยไม่มีระบบปิดการทำงานอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ มอเตอร์ที่ผลิตเองภายในบริษัทยังมีอายุการใช้งานสั้นกว่าอุปกรณ์มาตรฐานอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตก ตามการประเมินของ ยาคุบ บาร์ทอสเซก ผู้เชี่ยวชาญจากสตาร์ทอัพ MAB Robotics

บริษัทวิเคราะห์ SemiAnalysis ระบุว่า Unitree นำความได้เปรียบด้านต้นทุนมอเตอร์และเซนเซอร์ LiDAR มาต่อยอดสู่หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ เช่น รุ่น G1 ที่เปิดราคาเริ่มต้นเพียง 13,500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยข้อมูลการเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนสิงหาคมระบุว่า รายได้จากหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ของบริษัทโตขึ้น 8 เท่าเป็น 867 ล้านหยวน (ประมาณ 129 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2025 คิดเป็นร้อยละ 51 ของรายได้รวม ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ (FCC) และสภาคองเกรสเริ่มผลักดันร่างกฎหมายเพื่อควบคุมและจำกัดการนำเข้าหุ่นยนต์จากจีน ส่งผลให้ Unitree ต้องเผชิญอุปสรรคทางกฎระเบียบในตลาดสหรัฐฯ โดยตรง

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:arstechnica.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว