กลุ่มนักดาราศาสตร์นานาชาติประกาศความสำเร็จในการสร้างแผนที่อวกาศแบบสามมิติขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ผ่านโครงการสำรวจ DESI Legacy Imaging Surveys โดยใช้ข้อมูลจากการสังเกตการณ์นาน 5 ปี บันทึกภาพวัตถุท้องฟ้าได้ราว 4 พันล้านชิ้น ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 75 ของท้องฟ้าทั้งหมด พร้อมเปิดระบบโต้ตอบออนไลน์ให้สาธารณชนและนักวิจัยทั่วโลกเข้าสำรวจข้อมูลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ในแง่ของรายละเอียดทางเทคนิค แผนที่ดังกล่าวมีความละเอียดสูงถึง 5.6 ล้านล้านพิกเซล ครอบคลุมทั้งช่วงคลื่นแสงที่มองเห็นได้และอินฟราเรดย่านใกล้ ถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์ Dark Energy Spectroscopic Instrument (DESI) ณ ทะเลทรายโซโนรัน รัฐแอริโซนา ซึ่งใช้หุ่นยนต์กลไกควบคุมการเล็งเป้าหมายกว่า 5,000 ชิ้น หลบเลี่ยงฝุ่นและดาวเคราะห์ในกาแล็กซีทางช้างเผือกเพื่อจับภาพกาแล็กซี หลุมดำ และดาวเคราะห์น้อยทางทิศเหนือและใต้ของดาราจักรได้อย่างคมชัด
โครงการนี้เริ่มวางโครงสร้างพื้นฐานมานานกว่า 13 ปี โดยมีนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมกว่า 160 คน และนำไปสู่การตีพิมพ์ผลงานวิจัยแล้วมากกว่า 1,800 ฉบับ โดยจุดประสงค์หลักคือการศึกษาสมบัติของพลังงานมืด (Dark Energy) ซึ่งเป็นแรงที่เร่งการขยายตัวของเอกภพ ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าพลังงานมืดอาจไม่ได้มีค่าคงที่ แต่กำลังอ่อนกำลังลงอย่างช้าๆ ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลฉบับสมบูรณ์ 5 ปีเต็มมีกำหนดเผยแพร่ในปี 2027
ข้อมูลมหาศาลระดับเพตาไบต์จากแผนที่นี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานอ้างอิงสำหรับภารกิจอวกาศในอนาคต อย่างเช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศ แนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman Space Telescope) ของ NASA ขณะเดียวกัน ทีมนักวิจัยเตรียมนำเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาร่วมประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเร่งการค้นพบปรากฏการณ์ใหม่ในห้วงอวกาศลึกต่อไป
