เว็บไซต์เทคโนโลยีระดับโลก WIRED เผยผลการทดสอบเปรียบเทียบเครื่องดูดฝุ่นไร้สายและหุ่นยนต์ดูดฝุ่นแบรนด์ Dyson ประจำปี 2026 โดยยกให้ Dyson Gen5Detect ราคา 1,050 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 37,800 บาท) เป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบแท่งที่ดีที่สุด ด้วยแรงดูดทรงพลัง 262 แอร์วัตต์ (AW) และมอเตอร์ความเร็วสูง ร่วมกับ Dyson V16 Piston Animal ราคา 979 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35,000 บาท) ที่ครองตำแหน่งรุ่นที่มีกำลังดูดสูงสุดถึง 315 แอร์วัตต์
ในด้านสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยี Dyson Gen5Detect และ V16 Piston Animal มาพร้อมระบบกรอง HEPA ที่ผู้พัฒนาระบุว่าสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 99.99% ลึกถึงระดับ 0.1 ไมครอน ทั้งยังใช้หัวแปรง Fluffy Optic ที่มีเลเซอร์ส่องสว่างช่วยให้เห็นฝุ่นบนพื้นแข็งได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ V16 ยังเพิ่มฟังก์ชันการทำงานร่วมกับหัวถูพื้นแบบเปียก Submarine และกลไกบีบอัดฝุ่นในตัวเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
สำหรับผู้ใช้ที่มองหาความคุ้มค่า รายงานระบุว่า Dyson V10 Konical ในราคา 400 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14,400 บาท) ให้ประสิทธิภาพคุ้มราคาเกินตัว ด้วยแรงดูด 150 แอร์วัตต์ พร้อมหัวแปรง All Floor Cones แบบกรวยคู่ป้องกันผมพันกัน ขณะเดียวกัน Dyson ได้เร่งเครื่องขยายตลาดในงาน IFA 2026 ด้วยการเปิดตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตระกูล Nurovi ได้แก่ R3 Nurovi Spot+Scrub UV, R2 Nurovi Wash+Dry และ R1 Nurovi Dry เพื่อครอบคลุมทั้งระบบดูดและถูพื้นอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม รายงานจากผู้ทดสอบเตือนว่าผู้บริโภคควรพิจารณาความต้องการจริงก่อนตัดสินใจ เนื่องจากเครื่องดูดฝุ่น Dyson มีราคาสูงและมีระบบชื่อรุ่นที่ซับซ้อน นอกจากนี้ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นใหม่อย่าง Spot+Scrub AI ยังมีข้อจำกัดด้านระบบนำทางเมื่อเจอเฟอร์นิเจอร์ทรงต่ำ ทำให้ผู้บริโภคจำเป็นต้องเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละรุ่นอย่างละเอียดก่อนการลงทุน
