องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ แจ็กซา (JAXA) เตรียมส่งยานสำรวจดวงจันทร์ดาวอังคาร หรือ MMX (Martian Moons eXploration) เพื่อปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ตัวอย่างหินและฝุ่นน้ำหนักอย่างน้อย 10 กรัมจาก "โฟบอส" (Phobos) หนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร ซึ่งหากภารกิจนี้ประสบความสำเร็จ จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่มีการนำตัวอย่างวัตถุจากดวงจันทร์ของดาวอังคารกลับมายังโลก โดยมีกำหนดการปล่อยตัวจากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะในวันที่ 20 ตุลาคม 2026 และคาดว่าตัวอย่างจะเดินทางกลับมาถึงโลกในปี 2031
ตัวยานสำรวจซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็กทริก (Mitsubishi Electric) มีมวลรวมขณะปล่อยตัวอยู่ที่ 4,480 กิโลกรัม โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นน้ำหนักของเชื้อเพลิงที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำหรับใช้ในแต่ละช่วงของภารกิจ เนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลทำให้สัญญาณวิทยุระหว่างโลกและยาน MMX มีค่าความหน่วง (Latency) สูงถึง 20 นาที ยานลำนี้จึงต้องติดตั้งระบบนำทางอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง เพื่อประมวลผลและตัดสินใจในการร่อนลงจอดบนดวงจันทร์โฟบอสที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำมากและมีรัศมีเพียง 11 กิโลเมตร นอกจากนี้ ก่อนที่ยานหลักจะลงจอด จะมีการปล่อยรถโรเวอร์ "ไอเดฟิกซ์" (IDEFIX) ที่พัฒนาร่วมกันโดยสำนักงานอวกาศฝรั่งเศสและเยอรมนี ลงไปสำรวจพื้นผิวก่อนเป็นเวลา 100 วันเพื่อความปลอดภัย
ภารกิจมูลค่า 345 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 1.2 หมื่นล้านบาท) นี้ ถือเป็นการส่งยานสำรวจดาวอังคารครั้งแรกของญี่ปุ่นในรอบ 28 ปี โดยมีเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญคือการไขปริศนาต้นกำเนิดของดวงจันทร์โฟบอสและดีมอส (Deimos) ว่าเกิดจากการพุ่งชนครั้งใหญ่ของดาวอังคาร หรือเป็นดาวเคราะห์น้อยจากระบบสุริยะชั้นนอกที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารดึงดูดไว้ ซึ่งการวิเคราะห์ตัวอย่างหินที่เก็บกู้ด้วยระบบท่อเจาะและระบบพ่นก๊าซไนโตรเจนของ NASA จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวเคราะห์เพื่อนบ้านดวงนี้ได้ดียิ่งขึ้น
