ทีมนักชีววิทยาและวิศวกรค้นพบว่าหนอนผีเสื้อสายพันธุ์ Tobacco Hornworm สามารถรับรู้เสียงเตือนภัยจากศัตรูพืชอย่างต่อแตนได้ แม้จะไม่มีเยื่อแก้วหู (Tympanal Organ) เหมือนแมลงทั่วไป โดยการทดลองในห้องไร้เสียงสะท้อน (Anechoic Chamber) ชี้ให้เห็นว่าพวกมันใช้ขนขนาดเล็กจิ๋วบนลำตัวในการตรวจจับคลื่นเสียงในอากาศ
ในการทดสอบ ทีมนักวิจัยใช้เครื่องวัดความเร่ง (Accelerometer) ตรวจวัดการสั่นสะเทือนของแท่นวางเปรียบเทียบกับการส่งคลื่นเสียงผ่านอากาศ ผลลัพธ์พบว่าหนอนผีเสื้อยังคงแสดงพฤติกรรมตอบสนองด้วยการกระตุกหรือสะดุ้งแม้ระดับการสั่นสะเทือนของแท่นวางจะต่ำกว่าเกณฑ์รับรู้ และเมื่อทำการถอนขนบางส่วนออกด้วยปากคีบภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ปฏิกิริยาป้องกันตัวต่อคลื่นเสียงความถี่ต่างๆ กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
การค้นพบนี้ยืนยันว่าหนอนผีเสื้อใช้ขนบนลำตัวในการวัดความเร็วของอนุภาคอากาศ (Air Particle Velocity) จากคลื่นเสียง แทนที่จะวัดเพียงแรงดันเสียง (Sound Pressure) แบบแก้วหูของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับระบบการรับรู้ของแมลงในธรรมชาติ
องค์ความรู้ด้านชีววิทยาดังกล่าวกำลังถูกนำไปต่อยอดในเชิงวิศวกรรม โดยทีมนักวิจัยคาดว่าจะนำกลไกการทำงานของขนหนอนผีเสื้อไปออกแบบไมโครโฟนรุ่นใหม่สำหรับเครื่องช่วยฟังและอุปกรณ์บันทึกเสียง ที่สามารถตรวจจับได้ทั้งความดังและทิศทางของแหล่งกำเนิดเสียงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
