Deven Parekh หุ้นส่วนผู้จัดการของ Insight Partners กองทุนเวนเจอร์แคปิตอลที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สูงถึง 9.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เปิดเผยในงาน StrictlyVC ของ TechCrunch ถึงทิศทางการลงทุนที่เน้นกระจายความเสี่ยง มากกว่าการทุ่มเงินทุนก้อนใหญ่ลงในบริษัทพัฒนาโมเดล AI เพียงไม่กี่แห่งอย่าง OpenAI หรือ Anthropic ซึ่งต่างจากพฤติกรรมของกองทุน VC รายอื่นในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่าผลตอบแทนระยะยาวของกองทุนเกิดขึ้นจากการบริหารพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายอย่างสมดุล
Parekh ระบุว่าสภาวะการประเมินมูลค่าบริษัทเทคโนโลยีในปัจจุบันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วคล้ายกับปี 2021 ส่งผลให้ราคาหุ้นในการระดมทุนรอบถัดไปสูงขึ้นโดยที่ความเสี่ยงไม่ได้ลดลงตาม กองทุนจึงปรับกลยุทธ์หันมาลงทุนในระยะเริ่มต้น (Early-stage) ด้วยการลงเงินก้อนเล็กประมาณ 20 ถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แทนการทุ่มเงิน 500 ล้านดอลลาร์ แล้วจึงเลือกลงทุนเพิ่มในบริษัทที่มีอัตราเติบโตสูง ดังเช่นกรณีของ Wiz ที่เริ่มต้นจาก Series A ซึ่งสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า และไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมหากโครงการไม่ประสบความสำเร็จ
ในมิติการคืนทุนให้แก่ผู้ร่วมลงทุน (LP) Insight Partners สามารถสร้างสภาพคล่องคืนสู่ LP มากกว่า 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาผ่านการขายหุ้นเชิงยุทธศาสตร์และการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยยกตัวอย่าง Armis บริษัทด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ที่เริ่มต้นจากการลงเงินเพียง 5 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่กองทุนจะเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดและขายต่อให้ ServiceNow ด้วยมูลค่า 7.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงแพลตฟอร์มเอไอเอเจนต์ Wonderful ที่ขยับมูลค่าไปถึง 5.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเปิดตัวได้ไม่ถึง 2 ปี
สำหรับแนวโน้มการเข้าตลาดหลักทรัพย์ Parekh คาดการณ์ว่า Anthropic และ OpenAI รวมถึง SpaceX มีโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในช่วง 6 ถึง 8 เดือนข้างหน้า โดยมีมูลค่าบริษัทเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ประเด็นความเสี่ยงของเทคโนโลยี AI นั้น มองว่าภาพรวมยังมีประโยชน์มหาศาลต่อสังคมมากกว่าข้อกังวล โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ในระบบการแพทย์ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยของ NYU Langone ที่ช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างแม่นยำ
