ราคา iPhone จ่อพุ่งสูงขึ้น หลังวิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำ RAM และต้นทุนชิปพุ่งกระฉูด

วิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำ RAM และต้นทุนชิปที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไอทีเตรียมปรับราคาแพงขึ้น และอาจต้องใช้เวลาแก้ปัญหานานหลายปี
ราคา iPhone จ่อพุ่งสูงขึ้น หลังวิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำ RAM และต้นทุนชิปพุ่งกระฉูด
ภาพประกอบ: Tima Miroshnichenko บน Pexels

การเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของ Apple ในสัปดาห์นี้ อาจมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ผู้บริโภคไม่ต้องการนั่นคือป้ายราคาที่สูงขึ้น ซึ่งสัญญาณการปรับราคาขึ้นจากห่วงโซ่อุปทานยักษ์ใหญ่นี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นได้กลายเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ และวิกฤตการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงในเร็วๆ นี้

วิกฤตดังกล่าวซึ่งถูกเรียกว่าชิปเฟลชันหรือแรมมาเกดอน ได้เข้ามาทำลายสถิติราคาหน่วยความจำที่เคยลดลงต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ โดยมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการใช้งานปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่เติบโตอย่างมหาศาล ซึ่งมีความต้องการ RAM จำนวนมาก ทั้งนี้ ตลาดหน่วยความจำทั่วโลกมีความกระจุกตัวสูงมาก โดยผู้ผลิตรายใหญ่สามราย ได้แก่ Samsung, SK Hynix และ Micron ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันราว 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้องมีการจัดสรรกำลังการผลิตซิลิคอนเวเฟอร์ระหว่างโครงสร้างพื้นฐาน AI และอุปกรณ์ของผู้บริโภค

ในขณะที่ผู้ผลิตหน่วยความจำหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงหรือ HBM สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่ให้ผลกำไรสูงและมีความต้องการมหาศาลจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ส่งผลให้กำลังการผลิตสำหรับแรมทั่วไปในสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์ลดลง ประกอบกับความต้องการใช้งาน AI บนอุปกรณ์พกพาที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้สถานการณ์ขาดแคลนนี้อาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีไปอีกหลายปี

ที่มา:theverge.com
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว