เปิดตัว Laytr แอปเซฟสารพัดไฟล์แทน Pocket ชูจุดเด่นเก็บข้อมูลส่วนตัวบน iCloud

Laytr แอปบันทึกข้อมูลเปิดตัวเป็นทางเลือกแทน Pocket ชูจุดเด่นเซฟได้ทั้งไฟล์ รูปภาพ และลิงก์ พร้อมระบบซิงค์ผ่าน iCloud ที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสูง
เปิดตัว Laytr แอปเซฟสารพัดไฟล์แทน Pocket ชูจุดเด่นเก็บข้อมูลส่วนตัวบน iCloud
ภาพประกอบ: Julio Lopez บน Pexels

หลังจากการปิดตัวลงของแอปพลิเคชันบันทึกบทความชื่อดังอย่าง Pocket ของ Mozilla เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุด Mostafa Talaat นักพัฒนาอิสระจากรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ภายใต้บริษัท Waitery Inc. ได้เปิดตัว "Laytr" แอปพลิเคชันบันทึกข้อมูลสำหรับใช้งานภายหลังรุ่นใหม่ โดยได้รับการออกแบบมาให้รองรับการบันทึกข้อมูลทุกประเภทบนโลกออนไลน์ ไม่จำกัดเฉพาะบทความออนไลน์เหมือนแอปพลิเคชันทั่วไปในอดีต

ในแง่ของฟังก์ชันการทำงาน Laytr สามารถบันทึกข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่บทความ, สูตรอาหาร, ภาพสกรีนช็อต, วิดีโอ, ไฟล์ PDF, บุ๊กมาร์ก ไปจนถึงแท็บเบราว์เซอร์ โดยระบบจะทำการคัดแยกประเภทไฟล์โดยอัตโนมัติ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้จัดระเบียบข้อมูลเป็นหมวดหมู่ที่เรียกว่า "Cases" นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ตั้งเวลาแจ้งเตือนเพื่อกลับมาอ่านหรือใช้งานข้อมูลตามวันที่กำหนด ด้านสถาปัตยกรรมความปลอดภัย ตัวแอปพลิเคชันถูกออกแบบมาให้ทำงานแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง (Serverless) ข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้และซิงค์ผ่านระบบ iCloud ของ Apple เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสมัครบัญชี และผู้พัฒนาไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ได้ ส่งผลให้ตัวแอปไม่มีฟีเจอร์แนะนำเนื้อหาหรือการใช้ AI สรุปข้อมูลเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวสูงสุด

Laytr เปิดให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์ในระบบนิเวศของ Apple ทั้ง iPhone, iPad และ Mac สามารถดาวน์โหลดไปทดลองใช้งานได้ฟรี โดยจำกัดจำนวนการบันทึกไว้ที่ 30 รายการ หากต้องการใช้งานแบบไม่จำกัด สามารถอัปเกรดเป็นแพ็กเกจ Premium ในราคา 1.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน, 14.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือเลือกซื้อขาดแบบตลอดชีพ (Lifetime) ในราคา 39.99 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำลังจัดโปรโมชันลดราคาเหลือ 24.99 ดอลลาร์สหรัฐจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้ หากผู้ใช้ยกเลิกการสมัครสมาชิก ข้อมูลที่บันทึกไว้จะไม่สูญหาย แต่จะไม่สามารถเพิ่มรายการใหม่ได้ และผู้ใช้สามารถส่งออกข้อมูลทั้งหมดเป็นไฟล์ ZIP ในรูปแบบ Markdown และ HTML ได้ตลอดเวลา

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:techcrunch.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว