Lyft ยอมจ่าย 272.5 ล้านดอลลาร์ ปิดคดีฟ้องร้องสถานะผู้ขับขี่ในแคลิฟอร์เนีย

Lyft บรรลุข้อตกลงยอมจ่ายเงิน 272.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติคดีความกับรัฐแคลิฟอร์เนีย กรณีจัดสถานะผู้ขับขี่เป็นคู่สัญญาอิสระแทนการเป็นพนักงานตามกฎหมายแรงงาน
Lyft ยอมจ่าย 272.5 ล้านดอลลาร์ ปิดคดีฟ้องร้องสถานะผู้ขับขี่ในแคลิฟอร์เนีย
ภาพประกอบ: Thought Catalog บน Pexels

Lyft บรรลุข้อตกลงยอมจ่ายเงินมูลค่า 272.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อระงับคดีความที่ถูกฟ้องร้องในข้อหาละเมิดกฎหมายแรงงานของรัฐแคลิฟอร์เนีย จากการจัดสถานะคนขับเป็นคู่สัญญาอิสระ (Independent Contractor) แทนการเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย โดยเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ระบุว่า บริษัทตัดสินใจประนีประนอมยอมความเพื่อยุติภาระค่าใช้จ่ายและผลกระทบจากกระบวนการทางศาลที่ยืดเยื้อ และช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถมุ่งเน้นการดำเนินงานตามเป้าหมายทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่

คดีความดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2020 โดยสำนักงานคณะกรรมาธิการแรงงานแห่งแคลิฟอร์เนีย (LCO) ร่วมกับอัยการสูงสุดและอัยการประจำเมืองลอสแอนเจลิส ซานดิเอโก และซานฟรานซิสโก ซึ่งยื่นฟ้องว่า Lyft ไม่จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าล่วงเวลา ตลอดจนสิทธิประโยชน์ด้านการลาป่วยและค่าตอบแทนตามกฎหมาย Assembly Bill 5 (AB 5) ในช่วงระหว่างวันที่ 6 เมษายน 2016 ถึง 15 ธันวาคม 2020 โดย Lilia García-Brower กรรมาธิการแรงงานแห่งแคลิฟอร์เนีย ระบุในแถลงการณ์ว่า ทางสำนักงานจะสละส่วนแบ่งของเงินชดเชยเพื่อนำเงินทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่ผู้ขับขี่ที่ยื่นคำร้องเรียกร้องค่าจ้าง

ข้อตกลงยอมความนี้ยังคงต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากผู้พิพากษาศาลชั้นต้น โดยปัจจุบันผู้ขับขี่แอปพลิเคชันเรียกรถในแคลิฟอร์เนียได้รับการจัดสถานะเป็นคู่สัญญาอิสระตามกฎหมาย Proposition 22 ที่ผ่านการลงประชามติเมื่อปลายปี 2020 ทั้งนี้ การยุติคดีความครั้งนี้มีผลผูกพันเฉพาะ Lyft เท่านั้น ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง Uber ยังคงเผชิญกับการดำเนินคดีในข้อกล่าวหาลักษณะเดียวกันจากสำนักงานคณะกรรมาธิการแรงงานแห่งแคลิฟอร์เนียต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:techcrunch.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว