สำนักข่าว Ars Technica รายงานว่า Microsoft กำลังเผชิญแรงกดดันจากลุ่มชุมชนท้องถิ่นในรัฐอินเดียนา หลังจากกลุ่ม 'We Make Indiana' ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายศาสนสถานและองค์กรภาคประชาชนกว่า 25 แห่ง ได้ยื่นข้อเสนอ 'Fair Share Agreement' เรียกร้องให้บริษัทยอมทำสัญญาผูกพันทางกฎหมายเพื่อบริจาคเงินราว 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการสร้างศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) ในเมืองเกรนเจอร์ มณฑลเซนต์โจเซฟ ซึ่งมีมูลค่าก่อสร้างราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมาตั้งกองทุนอิสระสำหรับฟื้นฟูบริการสาธารณะ เช่น การดูแลสุขภาพ การศึกษา และการขนส่งมวลชน
กลุ่มเคลื่อนไหวระบุว่า การร้องขอดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในระดับรัฐเป็นจำนวนมหาศาล โดยในรัฐอินเดียนา Microsoft ได้รับการยกเว้นภาษีการขายอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูล 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าลดหย่อนสูงสุดถึง 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐตลอดระยะเวลา 50 ปี ขณะที่ตัวแทนของ Microsoft แจ้งต่อชุมชนว่าจะอนุมัติเงินบริจาคแบบให้เปล่าครั้งเดียวแก่องค์กรไม่แสวงหากำไรในพื้นที่รวมกันไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งกลุ่ม We Make Indiana มองว่าไม่สมเหตุสมผลและน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่บริษัทได้รับ
โฆษกของ Microsoft แถลงต่อ Ars Technica ว่า บริษัทถือว่าข้อเสนอของกลุ่มชุมชนเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น แต่ระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจเนื่องจากโครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา โดยปัจจุบันบริษัทได้เริ่มจัดสรรเงินสนับสนุนให้แก่องค์กรด้านการศึกษา วิทยาลัยชุมชน และกองทุนอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติในพื้นที่ไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม กลุ่มชุมชนมองว่าเงินสนับสนุนเหล่านี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่ไม่สามารถแก้ปัญหาผลกระทบระยะยาวด้านโครงสร้างพื้นฐานและการใช้น้ำหรือพลังงานไฟฟ้าได้
โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 900 เอเคอร์ของ Microsoft ในเมืองเกรนเจอร์ มีกำหนดเริ่มก่อสร้างในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ และคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2029 โดยกลุ่ม We Make Indiana เตรียมยกระดับการรณรงค์และผลักดันให้สภาท้องถิ่นใช้เงื่อนไขเขตภาษี TIF เป็นข้อต่อรองเพื่อบีบให้บริษัทลงนามในข้อตกลงช่วยเหลือชุมชนที่เป็นรูปธรรม
