Napster อดีตแพลตฟอร์มแชร์ไฟล์เพลงแบบ Peer-to-Peer ประกาศปรับทิศทางธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มตัว พร้อมลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Gems Education ผู้ให้บริการด้านการศึกษาในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อพัฒนาเอไอเอเจนต์และร่างโคลนดิจิทัล (Digital Personas) ของครูผู้สอนสำหรับใช้งานในระบบการเรียนการสอนจริง โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังบริษัทถูก Infinite Reality ซื้อกิจการไปในมูลค่า 207 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้ยุติบริการสตรีมมิงเพลงไปอย่างเป็นทางการ
ระบบการเรียนรู้ดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Napster Learn ซึ่งทำงานโดยนำเอกสารการสอน เอกสารวิชาการ และเนื้อหาหลักสูตรของครูแต่ละคนมาประมวลผลเพื่อสร้างฝาแฝดดิจิทัล (Digital Twin) ขึ้นมารองรับการสื่อสารผ่านเสียงและวิดีโอ ช่วยให้นักเรียนสามารถสอบถามข้อสงสัย ทบทวนบทเรียน และสนทนาได้ตลอด 24 ชั่วโมงนอกเวลาเรียน ขณะที่ระบบจะรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจุดที่ผู้เรียนยังไม่เข้าใจส่งกลับไปยังผู้สอน โดยโครงการระยะแรกจะเริ่มทดสอบที่ Gems School of Research and Innovation ภายใต้แพลตฟอร์ม Gems Intelligence 360
ซามูเอล ฮูเบอร์ (Samuel Huber) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Napster ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา ระบุว่าเทคโนโลยีนี้มุ่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของครูมากกว่าการเข้ามาแทนที่ โดยนักเรียนยังคงมีปฏิสัมพันธ์หลักกับครูจริงในชั้นเรียน พร้อมยืนยันว่าข้อมูลของนักเรียนจะถูกจัดเก็บไว้ภายในประเทศ ไม่มีการส่งออกนอกเขตแดน และบริษัทไม่มีนโยบายนำข้อมูลผู้ใช้ไปเทรนโมเดล AI ส่วนกลาง
การขยายธุรกิจครั้งนี้สอดรับกับกรอบนโยบายของคณะรัฐมนตรีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ตั้งเป้านำระบบ Agentic AI มาปรับใช้ในหน่วยงานรัฐบาลให้ได้ร้อยละ 50 ภายในระยะเวลา 2 ปี โดย Napster ได้ร่วมมือกับ Kameha Ventures เพื่อการปรับแต่งระบบให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น พร้อมจับมือกับ G42 ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึง Lenovo และ Detasad ในประเทศซาอุดีอาระเบียเพื่อติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ ทั้งนี้ Napster มีแผนจะขยายทีมงานในภูมิภาคจาก 20 คนเป็นประมาณ 500 คนภายในปี 2030
