รายงานจากสำนักข่าว The Verge ระบุว่า Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงยักษ์ใหญ่กำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจครั้งสำคัญ โดยทยอยยุติสัญญาความร่วมมือระยะยาวกับผู้กำกับภาพยนตร์ระดับแถวหน้าของวงการ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การลงทุนที่รัดกุมยิ่งขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสตรีมมิงและการควบรวมกิจการของคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Paramount และ Warner Bros. Discovery ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมความบันเทิง
ล่าสุด Netflix ได้ประกาศสิ้นสุดสัญญาระยะเวลา 6 ปีกับผู้กำกับชื่อดัง David Fincher ซึ่งเคยสร้างผลงานอย่าง Mank และ The Killer โดยแม้ผลงานจะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ แต่กลับทำรายได้ในโรงภาพยนตร์และยอดผู้ชมบนแพลตฟอร์มไม่เข้าเป้าเมื่อเทียบกับทุนสร้าง เช่นเดียวกับ Shawn Levy ผู้กำกับ Stranger Things ที่ย้ายไปเซ็นสัญญากับ Disney และสองพี่น้อง Duffer Brothers ที่หันไปซบ Paramount หลังจากซีรีส์ The Boroughs ถูกยกเลิกสัญญาหลังฉายได้เพียงหนึ่งเดือน นอกจากนี้ Noah Baumbach ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Marriage Story ก็ได้แยกทางกับแพลตฟอร์มแล้วเช่นกัน
Ted Sarandos ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) ของ Netflix ระบุว่าการจากไปของผู้กำกับหลายรายเกิดจากความต้องการหันไปทำภาพยนตร์ขนาดยาวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทิศทางใหม่ของ Netflix จะมุ่งเน้นไปที่การผลิตคอนเทนต์ประเภทซีรีส์ตอนสั้นที่มีต้นทุนต่ำกว่า รายการเรียลลิตี้โชว์ เช่น Squid Game: The Challenge และการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาฐานสมาชิกและกระตุ้นการเข้ามาใช้งานของผู้ชมได้อย่างสม่ำเสมอมากกว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ใช้ทุนสร้างสูง
