NOAA ปรับนโยบายหนุนประมงพาณิชย์ เปิดทางจับปลาในเขตอนุรักษ์ล้านตารางไมล์

NOAA สหรัฐฯ ปรับนโยบายมุ่งหนุนประมงพาณิชย์ พร้อมเปิดทางทำประมงในเขตอนุรักษ์ทางทะเลกว่า 1.1 ล้านตารางไมล์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนักวิทยาศาสตร์
NOAA ปรับนโยบายหนุนประมงพาณิชย์ เปิดทางจับปลาในเขตอนุรักษ์ล้านตารางไมล์
ภาพประกอบ: Pok Rie บน Pexels

องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ประกาศปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายครั้งสำคัญ โดยมุ่งเน้นการลดขั้นตอนทางราชการและสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงพาณิชย์เป็นอันดับแรก ตามคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มนักอนุรักษ์และนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่กังวลว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำลายระบบนิเวศทางทะเลและเร่งการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์

แผนปฏิรูปดังกล่าวเตรียมเปิดทางให้เรือประมงพาณิชย์สามารถเข้าไปทำประมงในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล 4 แห่ง ได้แก่ ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา (Mariana Trench), ปาปาฮานาอูโมกูอาเกอา (Papahānaumokuākea), โรสอะทอลล์ (Rose Atoll) และหมู่เกาะห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์กว่า 1.1 ล้านตารางไมล์ (ประมาณ 2.8 ล้านตารางกิโลเมตร) นอกจากนี้ NOAA ยังเสนอให้ทบทวน "มาตรฐานแห่งชาติ" 4 ข้อจากทั้งหมด 10 ข้อภายใต้กฎหมาย Magnuson-Stevens Act ปี 1976 ซึ่งเป็นเสาหลักในการป้องกันการทำประมงเกินขนาดและการจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

สมาคมประมงแห่งชาติสหรัฐฯ (NFI) แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจนี้ โดยระบุว่าการปฏิรูปจะช่วยลดภาระทางกฎหมายและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในประเทศ อย่างไรก็ตาม เมเรดิธ มัวร์ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการอนุรักษ์สัตว์น้ำจาก The Ocean Conservancy เตือนว่า ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารทะเลไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากการอนุรักษ์ และการตัดสินใจระยะสั้นที่ทำลายธรรมชาติจะส่งผลเสียต่อชุมชนประมงเองในระยะยาว

ความท้าทายสำคัญของการปรับนโยบายครั้งนี้คือการเผชิญหน้ากับข้อกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการผ่อนปรนเกณฑ์การประเมินผลกระทบต่อสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ เช่น วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือที่เหลืออยู่เพียง 350 ตัว ซึ่งเดิมทีมีข้อบังคับให้ใช้เครื่องมือประมงแบบไร้เชือกเพื่อป้องกันการติดตาข่าย ด้านยูเฮนิโอ ปิเญโร โซเลอร์ ผู้ช่วยผู้บริหารของ NOAA Fisheries ชี้แจงว่า ทางหน่วยงานกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ร่วมกับสามัญสำนึก และจะไม่มองผู้ประกอบการประมงในประเทศเป็นตัวปัญหาที่ต้องควบคุมอีกต่อไป

ที่มา:arstechnica.com
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว