OpenAI และห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำอย่าง Anthropic ประกาศความสำเร็จในการไขโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดในโลกหลายข้อ รวมถึงโจทย์ปัญหา Navier-Stokes ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดโจทย์รางวัลมิลเลนเนียม (Millennium Prize Problems) ที่มีเงินรางวัลนำจับ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จดังกล่าวกลับจุดชนวนความขัดแย้งอย่างรุนแรงในวงการวิชาการ เนื่องจากวิธีการทำงานของบริษัทเทคโนโลยีที่เน้นความรวดเร็วและการแข่งขัน ได้ละเมิดแนวปฏิบัติและจริยธรรมดั้งเดิมของชุมชนนักคณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
รายงานจากสำนักข่าวเดอะเวิร์จ (The Verge) ระบุว่า OpenAI ได้ใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ภายในที่มีสมรรถนะสูงกว่า GPT-6 Astra ร่วมกับระบบเอเจนต์ทำงานพร้อมกัน (Concurrent Agents) จำนวน 10,000 ตัว ในการประมวลผลเพื่อหาคำตอบของโจทย์ Navier-Stokes ซึ่งเกี่ยวข้องกับการไหลของของเหลวและก๊าซที่ไม่มีผู้ใดแก้ได้มานานกว่า 90 ปี โดยโมเดลดังกล่าวเริ่มกระบวนการเทรนตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 2026 และแสดงผลลัพธ์ที่เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
ทว่าความสำเร็จนี้ถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากนักวิชาการ เช่น แอนเดรียส ธอม (Andreas Thom) นักคณิตศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Non-sofic groups ที่ระบุว่า OpenAI อาจนำข้อมูลจากการสนทนาระหว่างเขากับแชตบอต ChatGPT ไปใช้เป็นข้อมูลเทรนโดยไม่ได้รับอนุญาตและขาดความโปร่งใส ขณะที่ เจมส์ เมย์นาร์ด (James Maynard) นักคณิตศาสตร์รางวัลฟิลด์สเมดัล (Fields Medal) จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด แสดงความกังวลว่าการรุกคืบของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มุ่งเน้นเพียงชัยชนะในการแข่งขัน อาจทำลายระบบนิเวศการวิจัยคณิตศาสตร์ที่เคยเน้นการแบ่งปันความรู้ร่วมกัน
เพื่อลดความตึงเครียด OpenAI ได้ประกาศจัดตั้งคณะที่ปรึกษาอิสระซึ่งประกอบด้วยนักคณิตศาสตร์ระดับแนวหน้าเพื่อร่วมกำหนดแนวทางการเผยแพร่ผลงานวิจัยในอนาคต ทว่าสมาชิกในกลุ่มและนักวิจัยรายอื่นกลับมองว่ากระบวนการจัดตั้งยังคงมีความสับสนและเร่งรีบ อีกทั้งยังมีความกังวลต่อคลื่นผลลัพธ์การคำนวณชุดใหม่ที่ OpenAI เตรียมจะปล่อยออกมา ซึ่งอาจสร้างผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อวงการวิชาการในระยะยาว
