อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายเมื่อโครงการและสตาร์ตอัปจำนวนมากเริ่มทยอยปิดตัวลงหรือต้องปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจอย่างรุนแรง ตามรายงานของ เอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) ระบุว่าโครงการเอไอขององค์กรต่างๆ ทั่วโลกกว่าร้อยละ 42 ถูกละทิ้งในที่สุด โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาด้านเงินทุน ข้อจำกัดทางเทคนิค การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง และความต้องการของผู้ใช้งานที่ต่ำกว่าคาดการณ์ นำไปสู่การเกิด "สุสานเอไอ" ที่รวบรวมความล้มเหลวของทั้งสตาร์ตอัปและบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก
แม้แต่ผู้นำตลาดอย่าง โอเพนเอไอ (OpenAI) ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมรสุมนี้ได้ โดยต้องประกาศปิดตัวแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอ โซรา (Sora) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2026 เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงลิ่วและปัญหาการรักษาฐานผู้ใช้งาน รวมถึงต้องยกเลิกเบราว์เซอร์ เอไอ แอตลาส (Atlas) และถอยร่นการปรับโฉมแอปพลิเคชัน แชตจีพีที (ChatGPT) หลังถูกผู้ใช้โจมตีอย่างหนัก ขณะที่ แอปเปิล (Apple) ต้องยอมจ่ายเงินชดเชยถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากคดีฟ้องร้องเรื่องการโฆษณาฟีเจอร์ สิริ เอไอ (Siri AI) เกินจริงในไอโฟน 16 (iPhone 16) หลังประสบปัญหาทางวิศวกรรมจนต้องเลื่อนการเปิดตัวหลายครั้ง ด้าน ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ก็เผชิญแรงต้านอย่างหนักจากฟีเจอร์ รีคอล (Recall) ที่ถูกตั้งคำถามด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างรุนแรง
ในฝั่งของฮาร์ดแวร์และสตาร์ตอัปเฉพาะทาง ความล้มเหลวที่เด่นชัดที่สุดคือ ฮิวแมน เอไอ พิน (Humane AI Pin) อุปกรณ์สวมใส่ที่ระดมทุนได้สูงถึง 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับประสบปัญหาด้านประสิทธิภาพและระบบแบตเตอรี่จนต้องยุติธุรกิจและขายสินทรัพย์ให้ เอชพี (HP) ในราคา 116 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับ แรบบิท อาร์วัน (Rabbit R1) ที่ถูกวิจารณ์ว่าทำงานได้ไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์อย่าง รีเลย์ (Relay) ระบบอัตโนมัติที่ต้องปิดตัวลงหลังยักษ์ใหญ่พัฒนาฟีเจอร์ทับซ้อน และ โนชัน เมล (Notion Mail) ที่เตรียมปิดให้บริการในวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2026 นี้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้ที่หันไปพึ่งพาเอไอเอเจนต์ภายนอกแทน
