Stoke Space Technologies สตาร์ทอัพผู้พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศสัญชาติอเมริกัน ประกาศความสำเร็จในการปิดระดมทุนรอบ Series E ช่วงแรก มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 3.4 หมื่นล้านบาท) ส่งผลให้มูลค่าการระดมทุนรวมของบริษัทแตะระดับ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 7.8 หมื่นล้านบาท) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มความถี่ในการปล่อยจรวด และพัฒนาจรวดขนส่งรุ่นที่สองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งขึ้นสู่วงโคจรจริง
แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นในอุตสาหกรรมอย่าง Rocket Lab หรือ Relativity Space ทาง Stoke Space มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ทั้งหมด 100% ทั้งในส่วนของบูสเตอร์ (Booster Stage) และส่วนบรรทุกสัมภาระขั้นที่สอง (Second Stage) ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดที่ยังไม่มีบริษัทใดทำสำเร็จ แม้แต่ SpaceX ที่กำลังทดสอบยาน Starship ก็ยังเผชิญความท้าทายด้านเกราะป้องกันความร้อน โดย Stoke Space ได้แก้ปัญหานี้ด้วยการใช้ระบบระบายความร้อนแบบแอคทีฟ (Active Cooling) ที่ปล่อยไฮโดรเจนเหลวอุณหภูมิต่ำยิ่งยวดไหลผ่านเกราะป้องกันเพื่อลดความร้อนสะสมขณะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก
Andy Lapsa ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Stoke Space เปิดเผยกับ TechCrunch ว่า จรวดรุ่นแรกของบริษัทภายใต้ชื่อ Nova Pathfinder มีกำหนดการทดสอบบินครั้งแรกในช่วงต้นปี 2027 โดยตัวจรวดสามารถบรรทุกสัมภาระหนัก 3 ตันขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลก (LEO) นอกจากนี้ บริษัทยังซุ่มพัฒนาจรวดรุ่นใหญ่อย่าง Nova Block 2 ที่สามารถบรรทุกสัมภาระได้ถึง 15 ตัน ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับจรวด Falcon 9 ของ SpaceX และตั้งเป้าเปิดใช้งานภายในปี 2029 เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าดาวเทียมเชิงพาณิชย์ที่ต้องการทางเลือกอื่นนอกเหนือจากบริการของ SpaceX
