เจาะ 9 สตาร์ตอัปเด่นจาก YC ชูนวัตกรรม Deep Tech ล้ำยุคที่นักลงทุนรุมตอม

นักลงทุนเผย 9 สตาร์ตอัปสุดฮอตจาก Y Combinator รอบล่าสุด ชูนวัตกรรม Deep Tech ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์นิวเคลียร์ลอยน้ำไปจนถึงการใช้เซลล์สมองมนุษย์ประมวลผล
เจาะ 9 สตาร์ตอัปเด่นจาก YC ชูนวัตกรรม Deep Tech ล้ำยุคที่นักลงทุนรุมตอม
ภาพประกอบ: Tima Miroshnichenko บน Pexels

งาน Y Combinator Demo Day รอบล่าสุดประจำปี 2026 เผยให้เห็นทิศทางใหม่ของวงการเทคโนโลยี เมื่อกลุ่มสตาร์ตอัปที่นำเสนอผลงานหันมามุ่งเน้นเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ที่มีความซับซ้อนคล้ายนิยายวิทยาศาสตร์มากกว่าซอฟต์แวร์ทั่วไป โดยกลุ่มนักลงทุนร่วมทุน (VC) ชั้นนำได้คัดเลือก 9 สตาร์ตอัปที่โดดเด่นและถูกพูดถึงมากที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของมูลค่าบริษัท (Valuation) ที่สมเหตุสมผลมากขึ้นเมื่อเทียบกับรอบปีที่ผ่านมา

ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและการประมวลผล AI มีสตาร์ตอัปที่น่าจับตาอย่าง Atomarine ที่พัฒนาศูนย์ข้อมูลพลังงานนิวเคลียร์แบบลอยน้ำบนเรือบรรทุกเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานและระบบระบายความร้อน โดยมีแผนเปิดตัวโครงการนำร่องพลังงานก๊าซในปี 2028 ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานนิวเคลียร์ในปี 2032 ซึ่งปัจจุบันมียอดแสดงความจำนงซื้อ (LOI) แล้วกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Dipole Labs นำเสนอฮาร์ดแวร์เครือข่ายออปติคัลความเร็วสูงที่ช่วยลดการแปลงสัญญาณแสงเป็นไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน และ Lamb Labs ที่ซุ่มพัฒนาชิปประมวลผลเฉพาะทาง (MPU) ด้วยการฝังค่าน้ำหนักของโมเดล AI (Model Weights) ลงบนซิลิคอนโดยตรงเพื่อขจัดคอขวดด้านแบนด์วิดท์หน่วยความจำ นอกจากนี้ยังมี Parasma ที่ฉีกแนวด้วยการทดลองฝึกเซลล์สมองมนุษย์เพื่อนำมาใช้เป็นทางเลือกในการประมวลผลที่ประหยัดพลังงานแทนฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ Nori สตาร์ตอัปหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับงานบ้านทั่วไป เช่น การทำความสะอาดและพับผ้า สามารถทำยอดขายได้เกือบ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังเปิดตัวเพียง 6 สัปดาห์ ด้วยจุดขายด้านราคาที่เข้าถึงง่ายเพียง 1,600 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับคู่แข่งในตลาดที่มีราคาสูงถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Cosmic Robotics มุ่งพัฒนาหุ่นยนต์ยกของหนักสำหรับงานก่อสร้างและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยตั้งเป้าหมายระยะยาวในการสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารภายในปี 2028 ซึ่งปัจจุบันมีสัญญามูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐลากยาวไปจนถึงปี 2027 ขณะเดียวกัน Praxis AI ได้เข้ามาแก้ปัญหาการขาดแคลนข้อมูลด้วยการเก็บวิดีโอการทำงานของมนุษย์ในกว่า 150 สภาพแวดล้อมเพื่อใช้เทรนหุ่นยนต์ และ Waddle Labs พัฒนาเลเยอร์ API ที่ใช้เอเจนต์ AI เขียนโค้ดควบคุมหุ่นยนต์ได้โดยตรงผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติ

สำหรับอุตสาหกรรมความมั่นคง Isengard Industries สตาร์ตอัปผู้ผลิตโดรนโจมตีและโดรนต่อต้านพลังขับเคลื่อนไอพ่น สามารถสร้างรายได้แล้วกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยชูจุดเด่นด้านการผลิตในประเทศพันธมิตรด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าผู้ผลิตรายใหญ่ในสหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปที่มีมูลค่าประเมินสูงสุดในรุ่นนี้ร่วมกับ Atomarine สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ขั้นสูงและเทคโนโลยีป้องกันประเทศกำลังกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากกลุ่ม VC ทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งที่มาข้อมูล / ข่าวต้นทาง:techcrunch.com
เขียนโดยTong• Editor
ดูบทความทั้งหมด
คัดลอกลิงก์บทความเรียบร้อยแล้ว