สตาร์ทอัพผู้พัฒนาพลังงานฟิวชันกำลังเบนเข็มเข้าหาพันธมิตรในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อนำเทคโนโลยีฟิวชันกลับไปสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงระดับชาติอีกครั้ง ท่ามกลางภาวะชะลอตัวของเงินทุนสนับสนุนกลุ่มเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) ทำให้นักลงทุนและผู้พัฒนาต้องเร่งหาแหล่งเงินทุนใหม่เพื่อขับเคลื่อนโครงการที่มีต้นทุนมหาศาลนี้
ความต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศยุคใหม่เพื่อรับมือกับโดรนราคาถูก ส่งผลให้กองทัพต้องการอาวุธเลเซอร์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแทนขีปนาวุธราคาแพง ล่าสุด Xcimer สตาร์ทอัพฟิวชันระบบเลเซอร์ ได้ประกาศความร่วมมือและรับเงินลงทุนจาก RTX Ventures ในเครือ RTX (หรือ Raytheon เดิม) เพื่อพัฒนาและทดสอบระบบเลเซอร์ "Phoenix" ซึ่งเป็นระบบเลเซอร์ของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีการทหาร
ขณะเดียวกัน Pacific Fusion ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสำนักงานความมั่นคงนิวเคลียร์แห่งชาติสหรัฐฯ (NNSA) เพื่อร่วมมือกันทดลองปฏิกิริยาฟิวชันความหนาแน่นพลังงานสูงในสถานีสาธิตแห่งใหม่ที่รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับห้องปฏิบัติการแห่งชาติซานเดียและลอสอาลามอส โดย Keith LeChein ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัท ระบุว่า ปฏิกิริยาฟิวชันที่จะเกิดขึ้นในโรงงานแห่งนี้จะมีพลังงานสูงกว่าระบบที่รัฐบาลใช้ในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในปัจจุบันอย่างมาก
